ชวนอุดหนุนขนมดอกดินมีให้ลิ้มลองตลอดทั้งปี

‘ขนมดอกดิน’ เมนูของหวาน ชื่อแปลกซึ่งถ้าดูจากสี อาจจะไม่ชวนให้ลิ้มลอง เพราะเมื่อนำขนมไปนึ่งแล้ว จะออกเป็นสีน้ำเงิน จนออกดำ แต่รสชาติอร่อย และเหนียวหนึบ แถมยังหอมกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกดินอีกด้วย ปกติจะมีโอกาสได้ลิ้มลองกันปีละครั้งในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม เนื่องจากดอกดินนั้นหาได้ยากและจะขึ้นในป่าเขาเท่านั้น แต่ที่เมืองสองแคว จ.พิษณุโลก มีให้ได้ทานกันตลอดปีแล้ว

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า น.ส.ปัทมาวดี เสหเวช ประธานกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมสมาชิกได้รวมตัวกันทำ “ขนมดอกดิน” เมนูของหวานเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สั่งทางเฟสบุ๊กกันอยู่ โดยมี นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว วิทยากรกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา เป็นแกนนำในการทำขนมดอกดิน ซึ่งเป็นขนมโบราณหากินยากจะได้กินกันเพียงปีละหนึ่งครั้งตามฤดูกาลเท่านั้น สำหรับดอกดิน เป็นดอกไม้ที่เกิดตามภูเขาในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม กลุ่มแม่บ้านจะไปหาซื้อในอำเภอที่มีภูเขาซึ่งสามารถหาดอกดินได้ง่าย เมื่อซื้อมาได้แล้วจะล้างน้ำเพื่อทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม เพื่อแช่ในช่องฟรีซของตู้เย็น เพื่อใช้ความเย็นเก็บรักษาคุณภาพไว้ เพื่อทำขนมขายได้ตลอดทั้งปี


เนื่องจากดอกดินเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม แม้จะมีการเก็บรักษาไว้นานโดยการแช่แข็งไว้ความหอมก็ยังอยู่ สำหรับวิธีการทำขนมดอกดินของกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา ได้ปรับสูตรจากสูตรดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ เดิมทีจะไม่ใส่กะทิ แต่สูตรของที่นี่จะใส่กะทิเพื่อให้ขนมมีความหอม ความนุ่มและความมัน กรรมวิธีเริ่มจากนำดอกดินที่แช่ช่องฟรีซมาแช่น้ำละลายน้ำแข็ง จากนั้นนำดอกดิน 500 กรัม ไปปั่นพร้อมกับน้ำกะทิ 1 กล่องใหญ่ ซึ่งหากเป็นกะทิสดจะยิ่งทำให้ขนมมีรสชาติดี เมื่อปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว นำมาเทใส่ภาชนะขนาดกว้าง จากนั้นใส่เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม แล้วใช้ตะกร้อคนจนส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทแป้งข้าวเหนียวจำนวน 1 กิโลกรัม ลงไป และใช้ตะกร้อคนจนเป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาแล้ว นำกระทงใบตองที่เตรียมไว้ วางเรียงในชั้นซึ้ง หยอดน้ำมันพืชใส่กระทงใบตอง แล้วจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไปในกระทง โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวทึนทึกขูด (ยังไม่แก่มากนัก)


แล้วนำซึ้งไปนึ่งบนเตาโดยใช้ไฟแรง ซึ่งใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25 นาที เมื่อขนมสุกจะมีกลิ่นหอมของขนมดอกดินจะลอยขึ้นมากับไอน้ำ ชวนให้น่ารับประทาน และเนื้อขนมในขณะนึ่งสุกใหม่ ๆ จะมีความเหนียวนุ่ม ให้รสชาติหวานมัน เป็นขนมโบราณอีกหนึ่งชนิดที่นับว่ารสเลิศ ในแต่ละวันทางกลุ่มแม่บ้านสามารถทำขนมได้ประมาณ 100 – 200 กระทง เพราะขนมดอกดินได้รับผลตอบรับดีมากจากลูกค้าที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความชื่นชอบ รวมทั้งหน่วยราชการท้องถิ่นในตำบลบึงกอกและตำบลข้างเคียง ที่สั่งซื้อเพื่อไปจัดเป็นขนมว่างสำหรับงานประชุมและงานสัมมนาต่าง ๆ สำหรับขนมดอกดินของกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา จะจำหน่าย 4 กระทงในราคา 10 บาท หากจัดเป็นกล่องจะมี 10 กระทง จำหน่ายในราคา 25 บาท ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Facebook : สำฤทธิ์ หน่อแก้ว Facebook : ปราณี มากอยู่ และ Facebook : Chadaphorn Singtokasem หรือติดต่อได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 094-946-8226, 094-736-5353


น.ส.ชฎาพร สิงห์โตเกษม เลขานุการกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา เปิดเผยว่า กลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้วยการทำขนมหลายชนิดโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นหลัก ประกอบด้วย ขนมบ้าบิ่น ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมแตง และข้าวต้มมัด ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มจำนวน 20 คน ซึ่งทาง กศน.ตำบลบึงกอก ให้การสนับสนุนและมาให้ความรู้ให้คำแนะนำกับทางกลุ่ม เพื่อให้มีรายได้เสริมจากอาชีพหลักในการปลูกอ้อยและปลูกมันสำปะหลัง โดยมี นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว วิทยากรกลุ่มที่ประกอบอาชีพทำขนมขายเองที่บ้านพักเป็นแกนนำในการทำขนมทุกชนิด โดยเฉพาะขนมดอกดิน ที่เราจะไปหาซื้อดอกดินมาตุนกันไว้ ขนมดอกดินที่ทำขายได้รับผลตอบรับดีมาก ผลิตแต่ละครั้งไม่เคยพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะส่วนราชการในพื้นที่ จึงต้องมีการสั่งล่วงหน้าเพื่อที่ทางกลุ่มจะได้ผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ


สำหรับ ดอกดิน เป็นพืชเบียนเหมือนกาฝากชนิดหนึ่ง ดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ใหญ่ ๆ ขึ้นบนรากไม้ที่อากาศชื้นและร่ม เช่น ใต้ต้นไผ่ ดอกดินจะไม่มีใบ เป็นดอกเดี่ยวชูก้านขึ้นมาจากพื้นดินยาว 15 – 40 ซม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดกว้าง โค้งงอสีม่วงแดง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดมีขนาดเล็กมากสีเหลืองอ่อน เมื่อย่างเข้าฤดูฝนจะพบดอกดินขึ้นอยู่ตามที่ร่มและชื้น ชาวบ้านจะเก็บและนำมาใช้แต่งสีขนม สารที่ทำให้เกิดสีคือ สารจำพวก Aucubin ซึ่งเมื่อถูกออกซิไดส์จากออกซิเจนในอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีดำ นอกจากนั้นในตำรายาแผนโบราณยังมีการนำดอกดินไปใช้รักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำเป็นยาชง และแก้อาการบวมตามผิวหนังเนื่องจากขัดเบา ด้วยการทำเป็นยาต้ม

ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า มีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับ ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน ต้านมะเร็ง กระตุ้น T– cell ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย ส่วนประโยชน์ : อาหาร ดอก ก้านดอก ใช้นึ่งเป็นผักจิ้ม ดอกสดใช้แต่งสีอาหาร สีเป็นพวก aucubin ใช้ทำขนมดอกดิน สีของขนมที่ได้มีสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ หรือแต่งสีหน้าข้าวเหนียว ให้ได้สีม่วงดำเรียกว่า หม่าข้าว สรรพคุณทางยา : ทั้งต้นและดอกทำยาชงแก้เบาหวาน




